1 วันนี้เราจะออกจากเมืองออโดส ไปเที่ยวชมหุบเขาแม่น้ำฮวงโหเหล่าเนี่ยวว่าน เส้นทางสายนี้ผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตลอดทาง เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของคนสำคัญอย่างลิโป้ ขุนทวนรูปหล่อแห่งสามก๊ก มีบ้านเกิดอยู่แถบนี้ หวังเจาจิน หนึ่งในสี่สุดยอดพธูงามแห่งจีน ก็เดินทางผ่านเส้นทางนี้ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีไปแต่งงานกับฮ่องเต้เผ่าซยงหนู จะได้ไม่รบกัน ตอนที่ผ่านมาตรงนี้แหละ ที่นกบินผ่านมาเจอเทอเข้า ตลึงจนลืมขยับปีก ตกลงมาตุยเฉยเลย (4ยอดพธูจีนคือ ไซซี ฉายามัจฉาจมวารี
หวังเจาจิน ฉายา ปักษีตกนภา
เตียวเสี้ยน ฉายา จันทร์หลบโฉมสุดา
หยางกุ้ยเฟย ฉายา มวลผกาละอายนาง
ถ้าใครอยากรู้ว่า แต่ละนางงามแค่ใหน ความเป็นมาอย่างไร หรืออาภัพขนาดใหน วันหลังค่อยเล่ากันใหม่)
วันนี้พูดถึงหวังเจาจินแล้ว ก็จะเล่าแค่ว่า สาวงามโบราณของจีนจะงามได้ขนาดไหนขึ้นอยู่กับเกณฑ์นิยมดังนี้
ผมยาวพริ้วเหมือนต้นหลิว
จมูกเหมือนนกแก้ว
ริมฝีปากเล็กๆจิ้มลิ้มเหมือนลูกเชอรี่
รูปหน้ามนเรียวเหมือนไข่ห่าน(หรือเม็ดกวยจี๊ก็ได้)
คอยาวเหมือนนกกระสา
จะงามได้ขนาดใหนก็แล้วแต่จะมโนเอา
ทางใครทางมัน
แม่น้ำฮวงโห ยาวเป็นที่สองของจีน และเป็นอันดับ6ของโลกมีกำเนิดมาจากภูเขายันฮาร์ในมณฑลชิงไห่ทางทิศตะวันตกของจีนและไหลผ่านออกไปทางตะวันออกผ่านมณฑลต่างๆถึง 9 มณฑลแล้วไปออกสู่ทะเลทางทิศตะวันออกของจีนที่เมืองตงอินมณฑลชานตง
ตรงนี้จะเป็นจุดบรรจบของน้ำจืดจากแม่น้ำเหลืองและน้ำเค็มจากทะเลโป๋ไห่เห็นรอยต่อสีน้ำอย่างชัดเจนวันหลังพวกเราไปดูกัน
แม่น้ำฮวงโหจะมีสีน้ำเป็นสีเหลืองเนื่องจากพัดพาดินตะกอนที่มีแร่ธาตุที่เหมาะแก่การเพาะปลูกจำพวกข้าวฟ่างที่เป็นพืชธัญญาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ที่เราได้กินที่เมืองจีนนี้กันแทบทุกวัน เรายังซื้อข้าวฟ่างจากชาวบ้านที่เอามานั่งขายข้างถนนติดมือมาเมืองไทยด้วย2กก. เพราะดูแล้วสีเหลืองสวยกว่าข้าวฟ่างบ้านเรา
เรามาถึงแม่น้ำฮวงโห กินอาหารมื้อกลางวันกันก่อน จึงพากันลงไปชมแม่น้ำกันมองเห็นแม่น้ำเหลืองจากบนตลิ่งสูงอยู่ลึกลงไปในหุบเขามากและมีหน้าผาล้อมรอบอีก หากถ้าเราจะดูแม่น้ำฮวงโหให้ใกล้ๆเราต้องเดินลงบันไดไม้ไปประมาณหลายร้อยขั้นเพื่อชื่นชมธรรมชาติของแม่น้ำฮวงโหอย่างใกล้ชิด ขากลับค่อยคิดกันใหม่ว่าจะปีนขึ้นไปไหวมะ
แม่น้ำเหลืองจะไหลคดเคี้ยวไปตามช่องเขาเหมือนโตรกผาขนาดใหญ่คล้ายfyordแถบยุโรป ดูสวยงาม สงบเงียบดีจริงๆ เมื่อเทียบแม่น้ำสีเหลืองกับหน้าผาสูงชันสีแดงแล้ว นึกไม่ออกว่า เวลาหน้าน้ำหลาก จนได้ฉายาแม่น้ำวิปโยคมา คุณนายฮวงโหนี้จะดุดันกราดเกรี้ยวได้เพียงใด
หลังจากชมความงามของฮวงโหแล้ว เราต้องเดินย้อนกลับขึ้นไปบนตลิ่งสูงหลายร้อยขั้น แต่จีนเค้าทำบันไดเลื่อนไว้เป็นสามระยะ ระยะหนึ่งประมาณหนึ่งร้อยขั้นให้สว.ได้เลื่อนขึ้นไปโดยไม่ต้องปวดเข่า แถมได้หันหน้าหันหลังชมวิวงามได้ตลอดทางด้วย
ยังนึกไม่ออกว่า ถ้าหน้าฝนหรือหน้าหนาวมีน้ำมีหิมะคลุมบันไดเลื่อน มันจะขึ้นสนิม หรือไฟฟ้ามันจะดูดนักท่องเที่ยวมั้ยนั่น เพราะยังไม่เคยเห็นใครทำบันไดเลื่อนไฟฟ้าท้าแดดท้าลมเหมือนอย่างนี้สักแห่ง..สุดยอดจีนจริงๆ
2. เดินทางมาถึงเมืองฮูฮอต เมืองหลวงของมองโกเลียใน ดูตึกรามบ้านช่องแล้วยังใหญ่โตสวยงามไม่เท่าเมืองออโดส มาชมเจดีย์เป่าเอ่อฮั่นกัน เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่แล้วเสร็จ ปี2008นี้เอง เป็นเจดีย์พุทธแบบทิเบต สีขาวและทององค์มหึมา ขนาดจะเล็กกว่าพระปฐมเจดีย์บ้านเราเล็กน้อยภายในบรรจุพระสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ มีคัมภีร์โบราณทางพุทธบรรจุอยู่ด้วย เราเห็นผู้คนจำนวนมากเดินสำรวมวนขวารอบเจดีย์ พวกเราเลยเดินไปกับเค้าด้วย ได้คนละ1รอบ จะทำทักษิณาวัตรบูขาพระพุทธเจ้าสัก3รอบ ก็ไม่ไหว เพราะแดดร้อนมากแม้จะบ่ายจัดแล้วก็ตาม
รอบๆบริเวณเจดีย์เป่าเอ่อฮั่นนี้ยังมีวัดและสถานที่สำคัญๆอีกหลายแห่ง แต่เราไม่ได้แวะชม
3 ถนนคนเดินแห่งเมืองฮูฮอต ตลอดรายทางจะเห็นเค้าขายโยเกิร์ตกันแทบทุกร้าน เพราะโยเกิร์ตทำเอง ของมองโกเลียอร่อยและคุณภาพเป็นที่1ของโลกจริงๆ ความที่เค้าอยู่ในทุ่งหญ้ามีวัวและรีดนมเอง กินโยเกิร์ตเป็นอาหารหลัก จึงชำนาญการทำ เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็นพุดดิ้งโยเกิร์ตทั้งนิ่มนวล ทั้งรสชาติหอมมัน ใครกินแล้วติดใจทุกคน ซื้อกลับบ้านกันเป็นแถว
เราเดินจนเจอร้านขายผลไม้อบแห้ง ได้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วแห้งเม็ดใหญ่มาก ถั่วปากอ้าทอด แอพปริคอดแห้ง อย่างละ อี้จิ้น 5อย่าง โหงวจิ้นจ่ายไป 100หยวน ดีใจกันใหญ่ที่ได้ของถูก
แป๊บเดียวมาเฉลียวใจ..ที่แท้ 1อี้จิ้น ไม่ใช่1กก.บ้านเรา แต่คือ 500กรัม คือ ครึ่งกก.ไทย
เสียรู้พี่จีนจนได้..555
กลับโรงแรมนอนดีกว่า..
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น