วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เที่ยวมองโกเลียในวันที่ 4 20 กรกฎาคม 2569

1 วันนี้เราจะออกจากเมืองออโดส ไปเที่ยวชมหุบเขาแม่น้ำฮวงโหเหล่าเนี่ยวว่าน  เส้นทางสายนี้ผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาตลอดทาง เป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ของคนสำคัญอย่างลิโป้ ขุนทวนรูปหล่อแห่งสามก๊ก มีบ้านเกิดอยู่แถบนี้  หวังเจาจิน หนึ่งในสี่สุดยอดพธูงามแห่งจีน ก็เดินทางผ่านเส้นทางนี้ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีไปแต่งงานกับฮ่องเต้เผ่าซยงหนู จะได้ไม่รบกัน  ตอนที่ผ่านมาตรงนี้แหละ ที่นกบินผ่านมาเจอเทอเข้า ตลึงจนลืมขยับปีก ตกลงมาตุยเฉยเลย  (4ยอดพธูจีนคือ ไซซี ฉายามัจฉาจมวารี

 หวังเจาจิน ฉายา ปักษีตกนภา

  เตียวเสี้ยน ฉายา จันทร์หลบโฉมสุดา

หยางกุ้ยเฟย  ฉายา มวลผกาละอายนาง

ถ้าใครอยากรู้ว่า แต่ละนางงามแค่ใหน ความเป็นมาอย่างไร หรืออาภัพขนาดใหน วันหลังค่อยเล่ากันใหม่)

วันนี้พูดถึงหวังเจาจินแล้ว ก็จะเล่าแค่ว่า สาวงามโบราณของจีนจะงามได้ขนาดไหนขึ้นอยู่กับเกณฑ์นิยมดังนี้

ผมยาวพริ้วเหมือนต้นหลิว

จมูกเหมือนนกแก้ว

ริมฝีปากเล็กๆจิ้มลิ้มเหมือนลูกเชอรี่

รูปหน้ามนเรียวเหมือนไข่ห่าน(หรือเม็ดกวยจี๊ก็ได้)

คอยาวเหมือนนกกระสา

จะงามได้ขนาดใหนก็แล้วแต่จะมโนเอา 

ทางใครทางมัน


แม่น้ำฮวงโห ยาวเป็นที่สองของจีน และเป็นอันดับ6ของโลกมีกำเนิดมาจากภูเขายันฮาร์ในมณฑลชิงไห่ทางทิศตะวันตกของจีนและไหลผ่านออกไปทางตะวันออกผ่านมณฑลต่างๆถึง 9 มณฑลแล้วไปออกสู่ทะเลทางทิศตะวันออกของจีนที่เมืองตงอินมณฑลชานตง

ตรงนี้จะเป็นจุดบรรจบของน้ำจืดจากแม่น้ำเหลืองและน้ำเค็มจากทะเลโป๋ไห่เห็นรอยต่อสีน้ำอย่างชัดเจนวันหลังพวกเราไปดูกัน

แม่น้ำฮวงโหจะมีสีน้ำเป็นสีเหลืองเนื่องจากพัดพาดินตะกอนที่มีแร่ธาตุที่เหมาะแก่การเพาะปลูกจำพวกข้าวฟ่างที่เป็นพืชธัญญาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง  ที่เราได้กินที่เมืองจีนนี้กันแทบทุกวัน  เรายังซื้อข้าวฟ่างจากชาวบ้านที่เอามานั่งขายข้างถนนติดมือมาเมืองไทยด้วย2กก. เพราะดูแล้วสีเหลืองสวยกว่าข้าวฟ่างบ้านเรา


เรามาถึงแม่น้ำฮวงโห กินอาหารมื้อกลางวันกันก่อน จึงพากันลงไปชมแม่น้ำกันมองเห็นแม่น้ำเหลืองจากบนตลิ่งสูงอยู่ลึกลงไปในหุบเขามากและมีหน้าผาล้อมรอบอีก  หากถ้าเราจะดูแม่น้ำฮวงโหให้ใกล้ๆเราต้องเดินลงบันไดไม้ไปประมาณหลายร้อยขั้นเพื่อชื่นชมธรรมชาติของแม่น้ำฮวงโหอย่างใกล้ชิด  ขากลับค่อยคิดกันใหม่ว่าจะปีนขึ้นไปไหวมะ


แม่น้ำเหลืองจะไหลคดเคี้ยวไปตามช่องเขาเหมือนโตรกผาขนาดใหญ่คล้ายfyordแถบยุโรป ดูสวยงาม สงบเงียบดีจริงๆ เมื่อเทียบแม่น้ำสีเหลืองกับหน้าผาสูงชันสีแดงแล้ว  นึกไม่ออกว่า เวลาหน้าน้ำหลาก จนได้ฉายาแม่น้ำวิปโยคมา คุณนายฮวงโหนี้จะดุดันกราดเกรี้ยวได้เพียงใด

หลังจากชมความงามของฮวงโหแล้ว เราต้องเดินย้อนกลับขึ้นไปบนตลิ่งสูงหลายร้อยขั้น  แต่จีนเค้าทำบันไดเลื่อนไว้เป็นสามระยะ ระยะหนึ่งประมาณหนึ่งร้อยขั้นให้สว.ได้เลื่อนขึ้นไปโดยไม่ต้องปวดเข่า แถมได้หันหน้าหันหลังชมวิวงามได้ตลอดทางด้วย

ยังนึกไม่ออกว่า ถ้าหน้าฝนหรือหน้าหนาวมีน้ำมีหิมะคลุมบันไดเลื่อน มันจะขึ้นสนิม   หรือไฟฟ้ามันจะดูดนักท่องเที่ยวมั้ยนั่น เพราะยังไม่เคยเห็นใครทำบันไดเลื่อนไฟฟ้าท้าแดดท้าลมเหมือนอย่างนี้สักแห่ง..สุดยอดจีนจริงๆ


2. เดินทางมาถึงเมืองฮูฮอต เมืองหลวงของมองโกเลียใน ดูตึกรามบ้านช่องแล้วยังใหญ่โตสวยงามไม่เท่าเมืองออโดส   มาชมเจดีย์เป่าเอ่อฮั่นกัน เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นใหม่แล้วเสร็จ ปี2008นี้เอง เป็นเจดีย์พุทธแบบทิเบต สีขาวและทององค์มหึมา ขนาดจะเล็กกว่าพระปฐมเจดีย์บ้านเราเล็กน้อยภายในบรรจุพระสารีริกธาตุพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ มีคัมภีร์โบราณทางพุทธบรรจุอยู่ด้วย  เราเห็นผู้คนจำนวนมากเดินสำรวมวนขวารอบเจดีย์ พวกเราเลยเดินไปกับเค้าด้วย ได้คนละ1รอบ จะทำทักษิณาวัตรบูขาพระพุทธเจ้าสัก3รอบ ก็ไม่ไหว เพราะแดดร้อนมากแม้จะบ่ายจัดแล้วก็ตาม

รอบๆบริเวณเจดีย์เป่าเอ่อฮั่นนี้ยังมีวัดและสถานที่สำคัญๆอีกหลายแห่ง แต่เราไม่ได้แวะชม 


3  ถนนคนเดินแห่งเมืองฮูฮอต  ตลอดรายทางจะเห็นเค้าขายโยเกิร์ตกันแทบทุกร้าน เพราะโยเกิร์ตทำเอง ของมองโกเลียอร่อยและคุณภาพเป็นที่1ของโลกจริงๆ ความที่เค้าอยู่ในทุ่งหญ้ามีวัวและรีดนมเอง กินโยเกิร์ตเป็นอาหารหลัก จึงชำนาญการทำ  เดี๋ยวนี้พัฒนาเป็นพุดดิ้งโยเกิร์ตทั้งนิ่มนวล ทั้งรสชาติหอมมัน ใครกินแล้วติดใจทุกคน ซื้อกลับบ้านกันเป็นแถว

เราเดินจนเจอร้านขายผลไม้อบแห้ง  ได้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วแห้งเม็ดใหญ่มาก  ถั่วปากอ้าทอด แอพปริคอดแห้ง อย่างละ  อี้จิ้น 5อย่าง โหงวจิ้นจ่ายไป 100หยวน  ดีใจกันใหญ่ที่ได้ของถูก

แป๊บเดียวมาเฉลียวใจ..ที่แท้ 1อี้จิ้น ไม่ใช่1กก.บ้านเรา แต่คือ 500กรัม คือ ครึ่งกก.ไทย

เสียรู้พี่จีนจนได้..555

กลับโรงแรมนอนดีกว่า..

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เที่ยวมองโกเลียใน 17-23 ก.ค 69 Day3 19 ก.ค 69

1 เช้านี้เดินทางไปชมวัดโพธิสัตว์อูลาน โดยเขาจะมีรถกอล์ฟให้เรานั่งเข้าไปในสถานที่ที่ใหญ่โตกว้างขวางมากมีการก่อสร้างแบบมองโกลดูแล้วเป็นการสร้างขึ้นใหม่ทั้งสิ้น  รถกอล์ฟวิ่งอย่างเร็วมากผ่านอาคารสวยบๆหลายหลังมาจอดที่หน้าวัดโพธิสัตว์อูลาน  เป็นวัดใหญ่สวยงามเราเดินเข้าไปชมในวัดซึ่งเขาห้ามถ่ายภาพเห็นรูปหล่อพระโพธิสัตว์สีทองหลายองค์แต่พระพุทธรูปไปอยู่ด้านข้างขวามือซะงั้นคงเป็นเพราะ ที่นี่นับถือพุทธนิกายมหายานซึ่งถือว่าพระโพธิสัตว์ใหญ่กว่าพระพุทธมั้งนะ

ลักษณะศิลปกรรมการตกแต่งวัดเป็นทั้งมองโกลฮั่นและทิเบตปนกัน  ลักษณะอาคารใหญ่โตสวยงามอย่างน่าทึ่ง









































































2 ออกจากวัดเราเข้าไปในตึกใหญ่ฝั่งตรงข้ามด้านหน้ามีป้ายหินขนาดยักษ์เขียนตัวหนังสือตัวใหญ่แปลว่าพิพิธภัณฑ์มองโก เลียใน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แสดงรูปภาพและเรื่องราวการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์ในจีน

ภาพการต่อสู้ รวมชาติของ เมาเซตุง ภาพเล่าเรื่องราวการปฏิวัติทางวัฒนธรรมการเมืองและลัทธิคอมมิวนิสต์มาร์กซิสซึ่งจะไม่มีการนับถือศาสนา

การแสดงรูปภาพและเล่าเรื่องราวทั้งตึก  เป็นภาษาจีน  ไปเจอป้ายภาษาอังกฤษ  ที่ด้านหน้าอยู่หน่อยนึงจึงได้ความมาอย่างที่เล่า..ไม่ได้โม้เอง

พิพิธภัณฑ์นี้มักจะมีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นวัฒนธรรมชุมชนและสิ่งประดิษฐ์สมัยหยวนมาแสดง  แต่ยังไงๆเราอ่านไม่ออกอยู่ดี  ไกด์สแตมป์พยามจะอธิบายให้เราเข้าใจแต่เจ้าหน้าที่มาดุทำนองว่าไกด์ที่จะอธิบายอะไรได้ต้องเป็นไกด์ของพิพิธภัณฑ์นี้เท่านั้นไกด์แสตมป์ของเราเลยเถียงไปว่าแล้วไกด์ที่นี่พูดภาษาไทยได้หรอเจ้าหน้าที่ก็เลยแว๊บหายไป

พวกเราก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก เราไม่รู้ทุกเรื่องก็ได้และชวนกันออกมา


3 ออกจากวัดโพธิสัตว์อูลานเรามาชมตำหนักของเจ้าชายจิ้นอ๋องที่เป็นรุ่นที่ 34 นับแต่จักรพรรดิเจงกิสข่าน  ตำหนักเจ้าชายนี้สร้างมาได้เพียง 100 ปีเศษ.  ได้มีการบูรณะซ่อมบำรุงมาตลอดจึงยังดูดีทั้งห้องนอนห้องหนังสือห้องรับแขกมีรูปถ่าย ให้เห็นหน้าตาปัจจุบันของเจ้าชายองค์นี้ด้วย แต่ลืมถามไปว่าเจ้าชายยังมีพระชนม์ชีพอยู่หรือเปล่า


4.  ออกจากตำหนักเจ้าชายจิ้นอ๋องเราก็มาถึงที่เรียกว่าศูนย์วัฒนธรรมมองโกลหยวนหลิวเราต้องนั่งรถกอล์ฟเข้าไปจากจุดจอดรถบัสนับเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญเห็นรูปแกะสลักม้ามองโกล อยู่กลางถนนมากมายสวยสง่าสถาปัตยกรรมที่นี่เน้นการแสดงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวจีนและชาวมองโกลจะเห็นแบบจำลองกระถางธูปมองโกลขนาดยักษ์ตั้งอยู่หลายอัน  นัยว่าเป็นที่ถ่ายหนังซีรีย์ของมองโกลมีพระราชวังจำลองของมองโกลมาไว้ที่นี่ใหญ่โตตระการตารอบๆศูนย์วัฒนธรรมนี้มีการออกร้านขายของ  และมีการแสดงกลางแจ้งหลายอย่างมองเห็นได้ชัดตอนที่เราขึ้นไปเดินบนกำแพงรอบๆพระราชวังจำลองนี้


5 จัตุรัสรัฐบาลตั้งอยู่ใจกลางศูนย์ราชการย่านเมืองใหม่คังบาชิในเมืองออโดส

 (ตอนที่รัฐบาล สร้างเมืองใหม่คังบาชิ ห่างจากออโดส ออกไปราว3-40กม. เมื่อเกือบ20ปีก่อน รัฐบาลสร้างคอนโดมิเนียมไว้มากมายเพื่อรองรับการขยายตัวของประชากร  แต่มันห่างไกลเกินไปคนไม่อยากย้ายไปอยู่ แม้ว่าราคาที่อยู่อาศัยจะถูกมาก  ยังจำได้ว่ามีข่าวออกทั่วโลก ว่าเมืองคาบาชิ ร้างจนถูกตั้งฉายาว่า เมืองผี ต่อมา รัฐบาลสั่งทยอยย้ายสถานที่ราชการออกมาอยู่ที่นี่  ผู้คนเลยตามออกมาเรื่อยๆ จนราคาคอนโดมิเนียมปัจจุบันขึ้นสูงลิบแล้ว)


ที่นี่ถูกเรียกว่าจัตุรัสรัฐบาลไม่เรียกว่าจัตุรัสเจงกิสข่าน  เพราะในประเทศมองโกเลีย จะมีประติมากรรมเจงกิสข่านอยู่ในจัตุรัสเช่นกัน เรียกว่าจตุรัสเจงกิสข่าน เลยต้องเรียกไม่ให้เหมือนกัน


ที่จตุรัสรัฐบาลนี่กว้างขวางใหญ่โตมากมีรูปประติมากรรมกลุ่มอยู่ 4 กลุ่ม คือ

 1  รูปแกะสลักหินเจงกิสถานที่กำลังควบม้าศึกนำทหารมากมายออกรบ

 2 รูปแกะสลักภรรยาของเจงกิสข่านนั่งเก้าอี้ตรงกลางแวดล้อมด้วยลูกชาย 5 คนดูแล้วเหมือนเวลาพาลูกชาย 5 คนที่เรียนจบ รับปริญญาแล้วมาถ่ายรูปร่วมกันในสตูดิโอจริงๆ

 3 เป็นประติมากรรมที่มีผู้คน7คนแต่งกาย ในชุดชนเผ่าต่างๆกัน  เดาว่าน่าจะเป็นที่ปรึกษาของ

เจงกิสข่าน ที่มาจากชนเผ่าต่างๆ

 4 เป็นรูปแม่และเด็กหลายคนมีแม่ผู้ชูเด็กทารกที่จุดสูงสุดชูไว้เหนือศีรษะจะเป็นใครก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ยังมีปฏิมากรรมรูปม้าคู่เผ่นโผนเข้าหากันอย่างงามสง่า


6  เราข้ามแม่น้ำมู่หลุนที่รัฐบาลขุดให้แม่น้ำมู่หลุนไหลโค้งเข้ามาเป็นทะเลสาบน้อยๆให้ชาวบ้านได้พักผ่อนหย่อนใจกัน ตั้งชื่อว่าทะเลสาบอูลานมู่หลุน

รอบๆทะเลสาบอูลานมู่หลุนเขาสร้างสวนปฏิมากรรมศิลปะเอเชียเป็นภาพเขียนที่มองแต่ไกลๆไม่รู้ว่าเป็นรูปอะไรบ้างเรารอจนค่ำการแสดงน้ำพุคังบาชิจึงเริ่มแสดงอยู่เหนือทะเลสาบอูลานมู่หลุน  เป็นการแสดงแสงสีประกอบเพลงและน้ำพุที่เต้นเหวี่ยงไปมาสวยงามและน่าตื่นใจมากพวกเรานั่งดูกันเพลินน้ำพุที่ถูกดันไปสูงมากหยุดกระทันหันพวกเราตื่นเต้นกันอยู่ดีๆ  น้ำพุไร้แรงดันก็ตกลงมาแต่ก่อนที่มันจะตกมาได้มันโดนลมพัดมาน้ำเป็นฝอย กระเซ็นสาดมาที่คนชมรอบทะเลสาบเปียกกัน

ม่อกแม่กสนุกกันมากมายเปียกกันทั่วหน้า

เพื่อนเรานึกว่าฝนตกกะทันหัน  เรื่องคิดสร้างสรรค์เป็นเรื่องเป็นราวให้ผู้คนสนใจเนี่ยะ

คนจีนเป็นที่หนึ่งของโลกจริงๆ

การแสดงน้ำพุให้คนเปียกละอองน้ำนี้แสดงหลายรอบแต่พวกเราดูได้รอบเดียวก็เบื่อจะเปียกแล้วเลยเดินชมสวนสวยรอบๆทะเลสาบกันจนเมื่อยแล้วก็ชวนกันกลับโรงแรมนอนดีกว่า..