วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

เที่ยวมองโกเลียในวันสุดท้าย

 วันนี้เตรียมแพ็คกระเป๋าเก็บข้าวของที่ซื้อกันมาใส่ไว้ในกระเป๋าที่จวนๆจะแตกให้ได้  แล้วพากันไปขึ้นรถไปเที่ยวชม  อี้เค่อโอโบ (โอโบแปลว่าศาลเจ้า)  จะเป็นกองหินที่เป็นสัญญลักษณ์ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นธรรมชาติที่เป็นที่อยู่ของเทพเจ้า ตามความเชื่อของชาวมองโกลมีความสูงมากถึง 57.4 เมตรและยังตั้งอยู่บนจุดสูงสุดมากๆอีกตอนเราเดินไปจนรู้สึกว่าตัวเราช่าง เล็กจิ๊บจ้อยเหลือเกิน และพร้อมๆกับที่รู้สึกว่าเทพเจ้าช่างยิ่งใหญ่จริงๆ

ที่เหนือยอดของกองหินนี้มีสัญลักษณ์อาวุธ 3 ง่ามสีทองอร่ามคือสัญลักษณ์ของชาวมองโกเลีย นักรบในทุ่งหญ้า

คนที่มาที่นี่มาเพื่อทำความเคารพเทพเจ้า  เค้าจะเดินอย่างสำรวมขึ้นไปบนยอดแล้วเดินวนขวา 3 รอบ  และจะนำก้อนหินขึ้นมาวางเพิ่มไปบนกองหินมหึมานี้ด้วย  เพื่อจะได้มีพลังคุ้มครองผู้เดินทางและมีโชคลาภมาสู่ผู้ศรัทธาทุกปีที่นี่จะมีพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้านี้ด้วย













ทุกๆปีจะมีกิจกรรม 3 กีฬาชายคือขี่ม้ายิงธนูและมวยปล้ำ เพื่อถวายเทพเจ้า

ที่รอบๆโอโบนี้จะมีคนนำผ้าสีฟ้ามาถวายมากมายสีฟ้าหมายถึงท้องฟ้าและความศักดิ์สิทธิ์

นึกถึงวันแรกที่เรามาถึงมองโกเลียใน  เค้าต้อนรับเราโดยการคล้องคอด้วยผ้าพันคอสีฟ้าแล้วก็ให้กินเหล้านมม้าด้วย  ยังจำได้

วันนี้เรารับประทานอาหารมื้อกลางวันส่งท้ายที่ภัตตาคารที่จัดเป็นกระโจมมองโกลอาหารอร่อยจัดเต็มเหมือนทุกมื้ออร่อยสุดยอดยิ่งมื้อที่เป็นมื้อที่เลี้ยงส่งพวกเรากลับบ้านด้วยจึงอร่อยเป็นพิเศษรอบบริเวณห้องเลี้ยงจัดตกแต่งเป็นกระโจมมองโกสวยงาม หลายกระโจม

ไปชมสวนปฏิมากรรมศิลปะเอเชียในบริเวณเดียวกับที่เรามาชมน้ำพุคังบาชีเมื่อวันก่อนแต่วันนั้นมาค่ำไปมองอะไรไม่เห็น  พอมาวันนี้กำลังบ่ายโมงแดดร้อนเปรี้ยงหลายคนบอกไม่ดูดีกว่า  แต่เราก็เดินไปหาประติมากรรมเอเชียกันหลายคน

แต่หาไม่เจอสักคนมันร้อนเกิน

รถมาจอดให้พวกเราแวะช้อปปิ้งกันที่ห้างใหญ่ใกล้สนามบินพวกเราหลายคนได้ซื้อเสื้อและรองเท้า

มองดูห้างใหญ่นี้แล้วกิจการค้าขายไม่คึกคักเลยไม่รู้คนไปไหนกันหมดมานึกว่าที่นี่มองโกเลียในไม่ใช่ฉงชิ่งหรือปักกิ่ง

ที่นี่เราเจอ นทท..ไทยชุดใหญ่ ที่เราเจอตอนขึ้นเครื่องพร้อมกันเมื่อขามาจึงเข้าใจว่าบริษัททัวร์นี้จัดมาพร้อมกัน 5 กลุ่มจาก 5         ตัวแทนขายและทุกคนทุกกลุ่มมาเครื่องบินเวียตเจ็ทลำเดียวกัน และวันนี้ก็จะกลับพร้อมกันหัวหน้าทัวร์เราเลยแอบกระซิบว่าถ้าเราไม่มีอะไรแล้วเรารีบไปให้ถึงสนามบินออโดสให้ไวๆกว่ากลุ่มอื่นดีกว่าเราจะได้คิวแรกที่จะเลือกที่นั่งแถวต้นๆได้

เราจึงได้มาถึงสนามบินก่อนกลุ่มอื่นเวลา 15:00 น  รอจนเวลา  22.45น.ที่เราต้องบินกลับบ้านแล้ว เครื่องแอร์เวียตเจ็ทก็ยังไม่มา สอบถามไปพบว่า เครื่องแอร์เวียตเจ็ตที่บริษัททัวร์นี้เหมาลำทั้งไปและกลับดีเลย์ เพิ่งออกจากกระบี่ และจะต้องแวะรับนทท.ไทยจากสุวรรณภูมิมาส่งที่โอดอสนี่ก่อน จึงจะรับเรากลับได้  

คืนนั้นเราเลยได้ขึ้นเครื่องเวลา 02.30น. และกลับถึงสุวรรณภูมิ ประมาณ 06.30น. เวลาไทย  นับว่าข้าไปแค่4ชม.เท่านั้น หุหุ

นึกว่าเวียตเจ็ทจะแจกน้ำสักหน่อย เจอแต่แห้ว..หุหุ

ข่วงที่เรานั่งเล่นกันที่สนามบินออโดส สังสันทน์กับกลุ่มอื่นๆที่มาและกลับลำเดียวกันนี้  ได้ความรู้มาว่า

เค้าซื้อทัวร์ที่รายการเที่ยวคล้ายๆกับเรา แต่ไม่เหมือนกัน ในราคาโปรไฟไหม้ แค่13,000.- เรามาราคา 25,000.-

ทำเอาเราสยองเพราะถูกกว่าเราตั้ง12,000.-

 มีรายการที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อดูแสดงม้า และขี่อูฐ รวม2รายการ ๆละ350 หยวน ของเราจ่ายรายการเดียว 350 หยวนค่าดูแสดงม้า

เค้าต้องจ่ายค่าทิปไกด์แลนด์และคนขับรถเพิ่มคนละ2500.- 

เราจ่ายคนละ2000.-

คืนที่เค้านอนที่กระโจม เป็นกระโจมเก่า มีประตูพังด้วยและการแสดงโชว์รอบกองไฟ เป็นอะไรที่ไม่สนุกเลย  การแสดงขี่ม้าผาดโผนไม่รู้จะอันเดียวกันมั้ย แต่เทอบ่นว่าไม่เร้าใจเลย

เรายังสงสัยว่า จะเป็นคนละแห่งกับที่เราพักและดูการแสดงรอบกองไฟตอนกลางคืน

 เช็คดูแล้ว กลุ่มนั้นน่าจะขี่อูฐที่ทะเลทรายคนละที่กับเรา  เทอบ่นว่าอูฐเหม็นสาปมาก แต่อูฐเราที่เสี่ยงชาวาน ขนนุ่ม ตอนโน้มตัวที่อูฐลุกขึ้นยืน จมูกไปชนคออูฐ รู้สึกได้เลยว่า อูฐตัวสะอาดมากไม่เหม็นเลย 

วันที่มาถึง เค้าต้องไปนั่งอยู่ในร้านขายของรัฐบาลทั้งวัน ไม่มีคนซื้อของก็โดนกักอยู่อย่างนั้น ต้องมีคนยอมซื้อจึงจะได้ออกมาไปเข้าร้านอื่นๆต่อไป

ฟังดูแล้ว ไม่อิจฉาเค้าเลยที่มาราคาถูกกว่าเราตั้งหมื่นกว่า 

เราคิดว่า โปรที่เอามาปล่อยเป็นโปรไฟไหม้นั้นเป็นการขายถูกเพื่อมาช่วยค่าเรือบินที่เหมาลำมา และรายการที่พาไปมักเป็นรายการทัวร์คุณภาพรอง

ที่เล่าเรื่องนี้ เพื่อเป็นความรู้ให้พวกเราว่า ของถูกไม่ดี ของดีไม่ถูก เราโชคดีแล้วที่เราได้รับบริการที่ดีที่สุดแล้วตั้งแต่ที่พัก อาหาร สถานที่เที่ยว  ไกด์แลนด์และหัวหน้าทัวร์ไทยคุณภาพคับแก้วรายการเที่ยวราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบ..

ต้องขอบคุณสำหรับโอกาสดีๆเช่นนี้นะคะ

และรู้สึกยินดี ที่ได้มีโอกาสรู้จักชาวอุดร และชาวเชียงราย ที่น่ารักทุกคน  หวังว่าเราจะมีโอกาสพบกันอีก  ไปเที่ยวใหนชวนกันด้วยนะคะ  จะได้กินข้าวโต๊ะเดียวกันสักทีค่ะ...

ขอให้พี่น้องทุกท่าน มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง อายุยืนยาว ใช้เวลาทองช่วงนี้ให้คุ้มค่ากันนะคะ..

จนกว่าจะได้พบกันใหม