วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

เที่ยวมองโกเลียในเขตปกครองตนเอง ประเทศจีน (ทริปมองโกเลียใน 17-23 กค.2569)

 (ขอขอบคุณข้อมูลจากพี่แป้ว สัตหีบมากไปครับ)

 ประเทศจีนแบ่งเขตการปกครองเป็น 23 มณฑล 5 เขตปกครองตนเอง 4 มหานครและ 2 เขตบริหารพิเศษ

มองโกเลียในมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 โดยมีโดยรองจากซินเจียงและทิเบต

มองโกเลียในเป็นเขตปกครองตนเอง 1 ใน 5 เขตปกครองของจีนซึ่งได้แก่มองโกเลียใน  ซินเจียง  กวางสี  หนิงเซี่ยและทิเบต  เราเล่าเรื่องเมืองจีนทีไรต้องพูดเรื่องนี้ทุกที

มองโกเลียในอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศจีนมีเทือกเขาชื่ออินซาน ซึ่งนัยว่าเป็นแนวเดียวกันกับเทือกเขาแอลป์ของยุโรปจะพาดจากตะวันตกไปทางตะวันออกของประเทศถ้าเราข้ามเทือกเขานี้ขึ้นไปทางเหนืออีก 200 กิโลเมตรก็จะเป็นประเทศมองโกเลีย

Day 1-2

17 -18 กค.2569

ทริปมองโกเลียในทริปนี้เป็นการไปโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะเราพลาดจากทริปซินเจียงใต้

อาคารบ้านเรือนสมัยใหม่ที่เพิ่งสร้างในระยะเวลา 5-10 ปีที่ผ่านมาตามแผนพัฒนาของประเทศจีนให้เป็นเมืองท่องเที่ยวและเกษตรกรรมทดแทนเป็นเมืองที่มีแต่เหมืองแร่ถ่านหิน

อากาศคอนโดที่มีอยู่ทั่วไปคนจีนเรียกว่าเป็นบ้านยังล้างอยู่บ้านเนื่องจากมีคนอยู่น้อยแค่ 4 ล้านคนในมณฑลนี้
สิ่งก่อสร้างใหม่ๆมีมากมายทั้งห้องสมุดพิพิธภัณฑ์และอุทยานประวัติศาสตร์
welcome drink ในกระโจมของรีสอร์ทที่เราไปพัก
ดีกรีแลนด์พอสมควรสำหรับเหล้านมแพะที่พนักงานนำมาต้อนรับคนละแก้วก็หน้าแดงกันหมด
ชาวคณะพากันเก็บภาพรินเหล้าจากกา
ในบริเวณทุ่งหญ้าแห่งนี้มีหลายรีสอร์ทมีกิจกรรมเกี่ยวกับม้ามากมาย

แต่ละรีสอร์ทก็ทำคล้ายๆกันบางรีสอร์ทก็มีการล้อมรั้ว
กิจกรรมขี่รถ mtv

ม้าที่ใช้บริการขี่ชมทุ่ง และงานแสดง
น้ำดื่มน้ำแร่ในกระโจมที่พัก

ทุ่งหญ้ากับดอกไม้
อาหารกลางวันของคนมงคลที่มีซาลาเปาและหมั่นโถวเป็นหลัก
ที่พักห้องจะเป็นแบบเหมือนในกระโจม

รวมคณะที่ซื้อบัตรกิจกรรมของครัวเพิ่มเติมกระโจมเกี่ยวกับแพะแกะเครื่องหนัง
กระโจมหมาป่าที่ทำให้เป็นจุดเช็คอิน

กิจกรรมยิงธนู
มุมสวยๆกับป้ายทุ่งหญ้า


ว้าวเกือบตรงเป้า

นั่งรถรางจากจุดเริ่มต้นไปตามกิจกรรมต่างๆเนื่องจากทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ไพศาลมาก

เขามีรถบั้มให้ขี่เล่นด้วยแต่เราไม่ได้เล่นอายุมากแล้วเกินวัย
ข้างหลังเป็นกระโจมแสดงกายกรรม









กิจกรรมประเพณีแต่งงานของคนมองโกลที่ตั้งแต่เริ่มติดต่อโดยแม่สื่อในแต่ละกระโจมของของกลุ่มชนเร่ร่อนจากนั้นก็มีการจับคู่แต่งงานเราเข้าไปตอนที่คนแน่นได้มุมไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ภาพเลยออกมาไม่ชัด



เขาใช้ภาษาท้องถิ่นไกด์ไม่ได้มาแปลเราเลยไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากนัก
หลังจากดูการแต่งงานวงกลมเสร็จก็เดินเที่ยวไปเรื่อยๆตามกระโจม


ลานจอดรถมีรถไฟฟ้าสวยๆ
ห้องน้ำแบบมองโกลสะอาดใช้ได้ทีเดียว

ถ่ายรูปกับสาวที่มาเสิร์ฟ welcome drink




ม้ามีเยอะแยะไปหมดดูแล้วหลายร้อยตัว


การทำปฏิมากรรมตามทางแยกของเมือง
สิ่งที่รัฐบาลจีนพัฒนาขึ้นมาทดแทนพลังงานจากถ่านหินเพื่อลดมลพิษของเมืองนี้คือกังหันลมและโซล่าเซลล์ซึ่งแต่ละอย่างมีมากมายนับไม่ถ้วนกังหันลมมีเป็นพันๆเสาและโซล่าเซลล์มีความกว้างหลายร้อยไร่สุดลูกหูลูกตาในว่าลดการใช้พลังถ่านหินลงมาเหลือแค่ 40% นอกนั้นเป็นพลังงานธรรมชาติจากลมและแสงแดด




ตึกใหญ่ๆมีให้เห็นอยู่มากมายในเขตเมือง
ห้องพักที่นอนวันแรกโรงแรมฮอลิเดย์อินน์
เราเลือกนั่งเบาะสุดท้ายเพราะมันสูงและถ่ายรูปข้างทางได้ง่ายแต่อย่างไรก็ตามประเทศจีนเช่นเข้มงวดในการคาดเข็มขัดนิรภัยมาก
บริเวณสนามบินเมืองออรอส
เราเลยรวบรวมคนไปกันได้เพียง 3 คนโดยเป็นการไปแบบจอยกรุ๊ปทัวร์กับคนอื่นๆอีก 12 คน 

เครื่องดีเลย์ตั้งแต่จะออกเดินทางกันเลยมีคนเตือนแล้วว่าเวียตเจ็ทแอร์ไลน์ไว้ใจไม่ได้จะดีเลย์ตลอดเราเลย enjoy eating กันสนุกสนานในเล้านจ์ของห้าง king power เป็นการคร่าเวลา


เราถึงเมืองโอดอสดึกดื่นแล้วเข้าพักที่โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ เอ็กซ์เพรส สุดยอดทั้งห้องนอนและอาหารเช้าดีกว่าที่คาดเมื่อเทียบกับราคาทัวร์

เช้าขึ้นมาพากันไปทุ่งหญ้า

ออดอส  ตลอดทางเห็นแต่ต้นหยางที่จีนปลูกเพื่อป้องกันลมพายุทะเลทรายสังเกตว่าจะปลูกตามริมถนนเป็นส่วนใหญ่  ไกด์เล่าว่าเคยพบเหตุที่รถพานักท่องเที่ยววิ่งมาบนถนนเจอพายุทะเลทราย ลมทะเลทรายหอบรถบัสทั้งคันข้ามเลนมาเกือบตกถนน ถ้าไม่ได้ต้นหยางช่วยบังลมมีหวังว่าพายุสามารถพัดรถบัสทั้งคันตกไปข้างถนนได้สบาย

ทุ่งหญ้าที่เราเห็นที่นี่ ไม่ใช่ทุ่งหญ้าแบบในหนังเรื่อง the sound of music หรือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่นิวซีแลนด์ หรือสก๊อตแลนด์ ที่เราเคยพบเห็นมาเพราะเขตนี้ไม่ใช่พื้นดินชุ่มน้ำที่หญ้าจะขึ้นได้ดีเพื่อเลี้ยงสัตว์แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของทะเลทรายโกบีที่พื้นดินจะเป็นก้อนหินเล็กๆไม่ใช่ทรายรัฐบาลจีนก็พยายามจะพัฒนาให้พื้นหินโกบีมีน้ำพอที่จะให้วัชชพืช ขึ้นมาให้เห็นเป็นพื้นที่สีเขียวสุดลูกหูลูกตาได้  

ที่นอกเขตทะเลทรายโกบี มองโกเลียใน จะมีทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ เนื้อวัว แพะแกะ ของจีนมาจากที่นี่เป็นส่วนใหญ่ ที่เป็นรายได้หลักสำคัญคือถ่านหิน และแร่ธาตุหายากต่างๆใต้ดิน  

ที่เรามาเป็นพื้นที่ภาคกลางซึ่งไม่มีทุ่งหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์รัฐบาลจีนเลยพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว


ที่ทุ่งหญ้าออโดสนี้เรามาชมกิจกรรมต่างๆของชาวมองโกเลียเริ่มตั้งแต่การต้อนรับสไตล์มองโกลเขาใช้ผ้าแพรสีน้ำเงินคล้องคอให้เราและให้จิบเหล้านมม้าเป็นการต้อนรับจากนั้นเราก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดชาวมองโกลแต่งกันเต็มยศแล้วถ่ายรูปกันตามสถานที่ที่เขาจัดแต่งไว้ให้เราเป็นบรรยากาศมองโกเลียโบราณ

กลุ่มอื่นๆที่เราร่วมจอยมากับเขาทั้ง9คนจ่ายเงินกันคนละ 380 หยวนเพื่อเข้าชมการแสดงโชว์การขี่ม้ามองโกลอันลือชื่อการแสดงการเต้นรำแบบมองโกลและอื่นๆอีกรวม 12 รายการพี่ประทับใจมากคือการแสดงกายกรรมและการแสดงประวัติของคงมองโกลที่ใช้ม้ามากกว่าร้อยตัวมาวิ่งและแสดงให้ได้ชมอย่างสมจริงที่สุดเกิดมาเพิ่งเคยเห็นสุดยอดจริงๆ

คืนนี้เราจะนอนในกระโจมที่เป็นโรงแรมกว้างใหญ่ 2 ชั้นหลังคาเป็นรูปกระโจมตกแต่งให้เหมือนนอนในกระโจมแม้กระทั่งเพดานห้องนอนเราอยู่ชั้นล่างยังมีเพดานเป็นหลังคากระโจมเลยเมืองจีนทำได้ทุกอย่างจริงๆ

กลางคืนมีการเล่นรอบกองไฟมีการแสดงของชาวมองโกลโบราณ ดูยิ่งใหญ่อลังการ  มีโชว์บางอย่างที่ฟังไม่รู้เรื่องแต่พอจะเข้าใจได้บ้าง เดาว่าเป็นการเล่าตั้งแต่สมัยดึกดำบรรรนอกมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันเพราะสุดท้ายของการแสดงเป็นการร้องเพลงสมัยใหม่ครับชนิดที่เอาพูดชมลุกจากเวทีมาร้องเต้นกลางลานรอบกองไฟอย่างสนุกสนานตบท้ายด้วยการจุดพลุแบบไม่เกรงใจใครนางลาวเกือบ 5 นาทีผิดถูกก็ช่างเหอะ..และระหว่างการแสดงเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้ามีการช็อตควันขึ้นแต่ว่าหัวหน้านักแสดงสามารถแก้ไขปัญหาสถานการณ์ได้ดีมากปรับเปลี่ยนการแสดง

ตบท้ายคืนนี้ด้วยคอนเสิร์ตที่น่าจะมีนักร้องดังมาร้องเพลงโชว์ เพราะคนดูตื่นเต้นมาก  พากันลงจากอัฐจรรย์เชียร์ไปล้อมวงรอบเวทีกันใหญ่พวกเราดูไปก็ไม่รู้เรื่องเลยชวนกันออกจากเวทีแสดง ออกมาเดินเล่นชมจันทร์กันกลางทุ่งหญ้าและ shopping สินค้า servenir ข้างๆโรงแสดงได้สักพักใหญ่ก็ชวนกันกลับไปนอน

อากาศคืนนี้สบายๆตอนดึกมีหนาวบ้าง

ไม่มีความคิดเห็น: